ประวัติ วงดนตรี Gsus4

posted on 21 Nov 2014 07:36 by siamindies
กาลครั้งหนึ่ง... นานมาแล้ว เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ชื่อว่า ปกครอง แสงสุทธิ(แชมป์) ผู้ซึ่งหลงไหลในการเล่นกีตาร์เพลงร๊อค มาตั้งแต่สมัย ป.6 และใฝ่ฝันจะเป็นศิลปินออกอัลบั้มของตัวเอง จึงได้ชวนเพื่อนๆในวัยเดียวกันมาซ้อมดนตรี ฝึกฝีมือกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง แชมป์ได้เข้าไปเรียนปี 1 ที่ ม.หอการค้าไทย เพื่อนก็ได้แนะนำให้รู้จักกลุ่มเพื่อนๆที่เรียนอยู่ ม.ราชภัฎสวนสุนันทา ซึ่งทำวงดนตรีเหมือนกัน มีความคิดที่จะออกอัลบั้มเหมือนกัน และกำลังขาดมือกีตาร์อยู่ จึงถือกำเนิดเป็นวงดนตรี ชื่อว่าวง CRY มีสมาชิกคือ ตุ๋ย (กีตาร์-ร้องนำ) กบ(เบส) โม(กลอง) และ แชมป์(กีตาร์-ร้องนำ) สมัยนั้น กระแสเพลงอินดี้ หรือเพลงใต้ดินกำลังมาแรงมาก วง CRY จึงตัดสินใจที่จะลองทำเพลงเอง ศึกษาและเรียนรู้การทำงานบันทึกเสียงด้วยตัวเอง หัดทำเพลงแต่งเพลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง แชมป์ได้สอบเข้ามาเรียนท่ี ภาควิชาศิลปศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ก็ได้มาพบกับเพื่อนๆปี 1 ที่ชอบการเล่นดนตรีเหมือนกัน คือ ปิงปอง(ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์) ฟ้า(นพพร ตั้งวินิต) บุ๊ค(สหพร น้อยอยู่) และได้ทำวงดนตรีเล่นในงาน Thank พี่ เป็นครั้งแรก โดยสมัยแรกๆนั้นตำแหน่งในการเล่นในวงคือ ฟ้า-กีตาร์ ,ปิงปอง-กีตาร์และร้องนำ ,บุ๊ค-เบส ,แชมป์-กลอง 
ต่อมา ด้วยแนวทางในการทำเพลงของวง CRY ไม่ประสบความสำเร็จ วงCRY จึงยุบวง แต่แชมป์และปิงปองซึ่งชอบเล่นดนตรีด้วยกันบ่อยๆ และอยากทำเพลงในแนวอินดี้ดูบ้าง จึงรวบรวมสมาชิกใหม่ดังนี้ แชมป์-กีตาร์ ,ปิงปอง-เบส และร้องนำ ,โม-กลอง ,บุ๊ค-กีตาร์ เริ่มบันทึกเสียงครั้งแรก กับเพลง ระบำ ที่ห้องอัด EQ Studio ประมาณ ปี 2539 และต่อมาได้ไปทำเพลงที่บ้านพี่ ต้า Paradox (สมัยนั้น วง Paradox ก็เพิ่งทำเพลง ก่อตั้งวงใหม่ๆ) และได้ออกอัลบั้มใต้ดินร่วมกับวงParadox ในอัลบั้ม Paradox and my friends คือเพลง เธอไปแล้ว โดยใช้ชื่อวงว่า Smoking Area 
วันหนึ่ง แชมป์ ปิงปอง และบุ๊ค ไปดูวงของพี่ช้าง(Siam Secret Service) ทำเพลงอยู่ที่ค่าย Eastern Sky ตอนนั้น พี่ช้างบอกว่า จะตั้งชื่อวงตัวเองว่า Gsus4 แต่เปลี่ยนใจได้ชื่อ Siam Secret Service แทน แชมป์ ปิงปอง และบุ๊ค จึงขอใช้ชื่อนี้แทน จากนั้น วงSmoking Area จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Gsus4 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทำไม Gsus4 ถึงเปลี่ยนนักร้องบ่อย 555
มาถึงตอนนี้ หลายๆคนคงสงสัย ว่าทำไมนักร้อง(ปิงปอง) และมือกีตาร์(แชมป์)วง Gsus4 ถึงแยกทางกัน ... จริงๆ เรื่องมันก็อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาของการตั้งวงดนตรีทั่วๆไป มีการรวมตัวกัน มีเลิกกัน เหมือนเป็นแฟนกัน ถูกใจก็คบกันไป เบื่อแล้วก็หาใหม่ จนกว่าจะเจอคนจริงใจ 555 มองมุมนึงเหมือนจะเป็นเรื่องเศร้า ที่ต้องแยกจากกัน แต่ผมจะเล่าแบบฮาๆแล้วกันครับ 555 บางเหตุการณ์ ไม่ได้เล่าทั้งหมด อาจมีการตัดออก ดัดแปลงเพื่อความเหมาะสม เพราะเรื่องจริงมันโหดร้าย 555 ... 
Gsus4 เกิดจากกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันมาก 4 คน คือ แชมป์ ฟ้า ปิงปอง และบุ๊ค (แต่ตอนหลังๆ ฟ้าจะแยกตัวออกไป)พวกเรามักจะมีแนวคิดแปลกๆ ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านทั่วไป(ติสท์ ว่างั้น 555)แต่ชอบฟังดนตรี และเล่นดนตรีด้วยกัน พวกเราทั้ง 4 มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด กิน อยู่ หลับนอน ด้วยกัน ในบ้านเดียวกัน จนเป็นเหมือนเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกัน บางครั้ง ความสนิทมากๆ ทำให้พวกเราทำอะไรไม่ค่อยเกรงใจกัน ขัดใจกันก็ด่ากันบ้าง ก็มีโกรธ ทะเลาะกันบ้าง ตามประสาวัยรุ่น แต่ก็ยังเล่นดนตรี ทำเพลงด้วยกันไปเรื่อยๆ ตั้งเป้าหมาย ว่าจะเอาเดโมไปเสนอค่าย Eastern Sky หรือ Bakery หรือ Sony ประมาณนี้แหละ ช่วงเรียนอยู่ปี 3 - ปี4 ตอนนั้น ปิงปองและแชมป์ ก็เริ่มไปเล่นดนตรีกลางคืน เพื่อหาประสบการณ์ในการเล่นดนตรีอาชีพ โดยเริ่มต้นที่ร้าน Absolute ตรงข้าม โรงแรมทานตะวัน (อยู่แถวๆ ม.ศิลปากร จ.นครปฐม) พอ เล่นไปซักพักนึง ก็มีรุ่นพี่ที่คณะ ชวนไปทำที่ร้าน Snop (สมัยแรก เปิดร้านที่จตุจักร) เล่นดนตรีด้วยกันซักพัก ผมเองก็เริ่มเบื่อชีวิตกลางคืนซะเอง(ขี้เกียจแกะเพลงคนอื่น อยากทำเพลงตัวเองมากกว่า) แชมป์เลยถอนตัวออกมา ปล่อยให้ปิงปอง เล่นดนตรีคนเดียว ปิงปองก็เริ่มจริงจังกับการเล่นดนตรีกลางคืนมากขึ้น เล่นอยู่หลายร้าน จนกระทั่ง มีคนมาพบ และชวนปิงปองไปร้องเพลงประกอบละครเรื่อง เพลงผีบอก ซึ่งก็คือ เพลงแทนใจ นั่นเอง แชมป์กับปิงปองก็เลยกลับมาคุยกัน ว่าจะเอาอย่างไรกับงานวงดี เพราะปิงปองจะไปเป็นศิลปินเดี่ยว โอกาสดีๆแบบนี้ ไม่ได้มีมากมาย แชมป์ก็เลยบอกว่า ไปเลย ปิงปอง ไม่ต้องรอเรา ไม่ต้องห่วงเราหรอก ปิงปองดังแล้วค่อยกลับมาช่วยเราก็ได้ เรื่องงานเพลง จะพักๆไว้ก่อน รอปิงปองกลับมาช่วยทำ เลยสรุปว่า วง Gsus4 รุ่นแรก ก็จบลงตรงนี้ แล้วกัน 

Gsus4 รุ่น 2 
แชมป์ ตัดสินใจหานักร้องใหม่ (เพราะคิดว่า คงไม่มีปิงปองแล้ว) และรวบรวมสมาชิกขึ้นมาใหม่ ก่อตั้งวง Gsus4 รุ่น 2 โดยเริ่มจากหามือกลองคนใหม่ มือเบส มือกีตาร์อีกคน มือกีตาร์อีกคน และมือกีตาร์อีกคน รวมนักร้องด้วย ... ใช่แล้ว! ผมไม่ได้พิมพ์ผิด Gsus4 ชุดนี้ มีสมาชิก 7 คน เป็นมือกีตาร์ซะ 4 คน! (รวมผมด้วย) มีสมาชิกดังนี้
1.แชมป์ (กีตาร์) 2. อู๋(กีตาร์) 3.บุ๊ค(กีตาร์) 4.แต้ว(กีตาร์) 5.อ๋าย(เบส) 6.นิว และสมาชิกคนสุดท้ายที่รับมาคือ วัตถาภรณ์ หรือ วัต นักร้องคนปัจจุบันนี่แหละ เหตุผลที่รับสมาชิกแต่ละคนเข้ามาก็แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นน้องที่คณะ มีแต้วที่เป็นเพื่อนสมัยเรียนเตรียมอุดมเท่านั้น แต่ที่รับวัตเข้ามาเพราะว่า เป็นน้องรหัสผมด้วย ท่าทางมีแวว ลุคดูน่าสนใจ (อยากปั้น 555) วงชุดนี้ เล่นออกงานลำบากมากเพราะต้องใช้แอมป์กีตาร์ 3-4 ตัว ก็เลยมีการปรับวง(เชิญออก รับใหม่) อีกเป็นดังนี้ 1.วัต-(ร้องนำ) 2.บุ๊ค-(กีตาร์) 3.แต้ว-(กีตาร์) 4.แชมป์(กีตาร์) 5.นิว-(กลอง) และ 6.พี-(เบส ปัจจุบันอยู่วง Sound Landing) เล่นดนตรี ตามงานต่างๆ เรื่อยมา แต่แล้วก็มีการปรับวงอีกจนได้ เนื่องจาก พี มือเบส และ บุ๊ค ลาออกไป เหลือสมาชิกจริงๆ 5 คน คือ แชมป์ วัต นิว แต้ว และรับมือเบสคนใหม่ เพื่อนนิว จากคณะ วิศวะ ม.ศิลปากร มาคือ มนตรี เบ้าคำ(หม่ำ) ช่วงนั้น พอดีแชมป์มีคนรู้จัก ทำค่ายเพลง ทำสื่อโปรโมทเกี่ยวกับวงดนตรีอยู่ ก็เลยสมัครจนได้เป็นศิลปินในสังกัดอิสระ โครงการ M.a.d.S. เล่นคอนเสิร์ทตามที่ต่างๆที่โครงการนี้จัดขึ้น ตอนนั้น วง Gsus4 ดังมากจนได้ขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ด้วย (ภูมิใจมาก 555) ก็อยู่โครงการนี้จนเกือบจะ 2 ปี ก็ยังไม่ได้ทำเพลง ก็เลยกลับมาทำกับ พี่ต้า Paradox ดีกว่า ช่วงนั้น วัตก็เริ่ม มาร่วมแจมๆกับวง Paradox ด้วยแล้วมั๊ง ก็ทำวงไปซักพักนึง ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง...
Gsus4 รุ่น 3 
เหตุเพราะมีรุ่นน้องคนนึง มาขอออดิชั่นเป็นนักร้อง ชื่อ ปิรามิด สุดแสวง (บะหมี่) น้องเค้าก็ร้องดีเหมือนกันนะ ตอนนั้นผมเองก็ทำใจลำบากแระ ถ้าจะรับ ก็ต้อง ปรับ วัต ออก ช่ังใจอยู่นาน ปรึกษาคนรอบข้างแล้วดูก็แล้ว ก็เลยตัดสินใจปรับใหม่ เป็น Gsus4 รุ่น 3 โดย ปรับ แต้ว กับ วัต ออก เป็นสมาชิกดังนี้
1.ปิรามิด สุดแสวง (บะหมี่) 2.ปกครอง แสงสุทธิ (แชมป์) 3.ภาณุมาศ นชะพงษ์ (นิว) 4.มนตรี เบ้าคำ (หม่ำ) 
ชุดนี้ถือเป็นชุดประวัติศาสตร์ เพราะเหมือนจะเข้าใกล้ความจริงแระ 555 ไม่รู้ด้วยฝีมือ หรือโชคช่วย เพราะทำเดโมไปลองเสนอค่ายใหญ่ดู ทั้งแกรมมี่ และอาร์เอส ปรากฏว่าผ่านทั้งคู่ ! ตอนแรกจะไปแกรมมี่ เพราะเป็นสายของพี่ต้าช่วยดัน น่าจะง่าย แต่ต้องไปลงที่ค่ายเล็กก่อน เลยลองมาคุยกับ อาร์เอส ก่อน คุยไปคุยมา อยากอยู่ค่ายนี้แระ เลยเซ็นสัญญา 5 ปีซะเลย 555 แต่ก็ต้องเริ่มจากการเป็นศิลปินฝึกหัดก่อน เข้าคอร์สเทรนนิ่ง ไปซ้อมดนตรีที่ค่ายบ้าง ถึงเวลาครบ 1 ปี ก็ต้องมาออดิชั่นใหญ่ ให้โปรดิวเซอร์ค่ายเล็กๆในเครืออาร์เอสดู แล้วดึงไปทำตามความสนใจ ก็ผ่านจนได้เรียกตัวไปทำกับค่ายหนึ่ง เค้าให้เราส่งเดโมไปใหม่ ปรากฏว่าไม่ผ่าน!! งงดิ เค้าบอกว่าแนวของเราขายยากสำหรับค่ายเค้า เค้าจะแต่งเพลงให้ และให้พวกเราเล่นเพลงที่เค้าแต่ง จริงๆ ตอนนั้น ก็ไม่ได้คิดว่าเสียหายอะไร เล่นเพลงเค้าไปก่อนก็ได้ แต่พอมาคุยกับทางวงดู อยากมีเพลงที่ตัวเองทำด้วยก็เลยลองทำเสนอไป ปรับใหม่ ให้ดูน่าฟังขึ้น แต่แล้ว ข่าวก็เงียบไป สรุปว่าโดนดองชิมิ 555 ประกอบกับช่วงนั้น อาร์เอสเริ่มยุบค่ายเล็กๆที่ไม่เวิร์คบ้างแล้ว สงสัยวงเราโดนลอยแพแน่ 555 ก็เลยปล่อยให้สัญญาหมดไปอย่างช้าๆ ช่วงนี้ เริ่มท้อแล้วครับ 555 กลับมาเริ่มใหม่หมด งงกับชีวิต ไม่รู้เกิดไรขึ้น ปล่อยสมาชิกลอยตัวไปทำงานประจำ งานอะไรที่ดีกว่ากันเถอะพวกเรา บะหมี ก็ไปอยู่กับวง Lolli Pop นิว ก็ไปทำงานที่ตัวเองถนัด หมำ่ก็กลับไปเล่นดนตรีให้กับอีกวงนึง ส่วนผมก็มาเป็นครูสอนศิลปะ แต่ก็รับแต่งเพลง รับงานเพื่อนๆในวงการมาทำอยู่บ้าง ก็ยังติดต่อพี่ต้าอยู่ ว่าจะเอาเพลงมาทำกับพี่ต้า บอกว่ากำลังหานักร้องอยู่ 555 จนกระทั่ง วันนึง....
วัต ก็ได้โทรศัพท์ มาหา ถามไถ่เป็นไงบ้าง ยังทำเพลงอยู่ไหม ตอนนี้ ผมพร้อมแล้วนะ ไปฝึกฝีมือมาใหม่แล้ว มาทำเพลงกันต่อไหม ...
... ผมจึงตัดสินใจ ลองดูอีกซักครั้งนึง และนี่คือเหตุผลทั้งหมดในการกลับมาของ Gsus4 ภาค4...
...แต่...
เนื่องจาก ผมคิดว่า วง Gsus4 เป็นวงที่เก่าแก่เกินไป การจะใช้ชื่อนี้ มันทำให้ความรู้สึกของคนฟังนึกถึงภาพของปิงปองอยู่ ซึ่งจริงๆแล้ว ปัจจุบันไม่ใช่ วงมีนักร้องคนใหม่ ก็มีภาพใหม่ จึงคิดจะเปลี่ยนชื่อวง เป็นวงใหม่ไปเลย สร้างตำนานบทใหม่ขึ้นมาแทน ส่วนชื่อวง Gsus4 ผมก็จะขอเก็บไว้เป็นวงในตำนานต่อไป (เผื่ออนาคต อาจจะมีการรียูเนี่ยน ของผม กับปิงปองก็ได้ 555 ซึ่งคงเป็นไปได้ยาก)

mp3 - http://adf.ly/qH8O1

Paradox

posted on 11 Feb 2014 16:12 by siamindies
 
 

พาราด็อกซ์ เป็นวงดนตรีชาวไทย เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2537 โดยกลุ่มนิสิตจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวงที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสด โดยจะมีการแสดงประกอบการเล่นดนตรี เช่น พ่นไฟ ,สาดน้ำ ,โยนลูกโป่งใส่คนดู ซึ่งแสดงโดยฝ่ายในวงที่เรียกว่า “โจ๊กเกอร์-ว๊ากเกอร์” รับเชิญหลายคน โดย โจ๊กเกอร์-ว๊ากเกอร์หลักของทางวงคือ อ๊อฟ และ เก่ง จะทำหน้าที่ร้องประสานเสียงบนเวทีให้อีกด้วย

คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก

ในปี 2546 Fat Radio ได้จัดให้มีคอนเสิร์ตใหญ่ของพาราด็อกซ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 28 มิถุนายน 2546 ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก ในชื่อ Fat Live 4 : The Paradox Circus ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างอบอุ่น พร้อมแขกรับเชิญพิเศษคือ ก้อย – Saturday Seiko เล็ก – สุรชัย กิจเกษมสิน ผิง – Club F และ สามสาวจากวง H และในปีเดียวกันนี้ พาราด็อกซ์ก็ได้ออกอัลบั้ม Freestyle ที่มีเพลงดังอย่าง Sexy ทาส บอลลูน พร้อมทั้งนำเพลงนักมายากล จากอัลบั้ม Lunatic Planet กลับมาทำใหม่อีกครั้ง

หลังจากอัลบั้ม Free Style เพียงไม่กี่เดือน พาราด็อกซ์ก็มีผลงานพิเศษที่ร่วมกับศิลปินอื่นอีกครั้งในชื่อ Little Rock Project ซึ่งเป็นการนำเพลงของวงในตำนานอย่าง ไมโคร กลับมาทำใหม่ตามแบบฉบับของแต่ละวงในอัลบั้มนี้ ซึ่งพาราด็อกซ์มีผลงานอยู่2เพลงคือ มันก็ยังงง งง และ รักคุณเข้าแล้ว และได้มีคอนเสิร์ตที่ชื่อ Rock Size S เกิดขึ้นที่ Impact Arena เมืองทองธานี

เมื่ออัลบั้มเก่าๆของพาราด็อกซ์เริ่มหายาก จึงมีการทำอัลบั้ม Hit Me ขึ้น ซึ่งเป็นผลงานรวมเพลงของพาราด็อกซ์ตั้งแต่อัลบั้ม Summer เป็นต้นมา และพาราด็อกซ์ก็ได้มีโอกาสทำเพลงประกอบภาพยนตร์ วัยอลวน4 โดยนำเพลงดังในอดีต อย่าง เธอที่รัก กลับมาเรียบเรียงใหม่ รวมถึงการนำเพลง Let’s Go Rider Kick ซึ่งเป็นเพลงเปิดตัวของ ไอ้มดแดง V.1 มาเรียบเรียงใหม่เพื่อใช้สำหรับงาน ไอ้มดแดง Live Show In Bangkok

mp3 : 
Part 1 - http://adf.ly/dPuJ3
Part 2 - http://adf.ly/dPuKp

Yokee Playboy

posted on 11 Feb 2014 15:54 by siamindies
 
โยคีเพลย์บอย (Yokee Playboy) เป็นศิลปินกลุ่มเริ่มต้นในสังกัดเบเกอรี่มิวสิก รวมตัวกันโดยมีแกนหลัก คือ โป้ ปิยะ ศาสตรวาหา เปิดตัวอัลบั้มแรก "โยคีเพลย์บอย" ในปี พ.ศ. 2539 ด้วยแนวดนตรีและเนื้อร้องที่โดดเด่นและค่อนข้างแรงมาก ผสมผสาน Rock , Soul , Funk เป็นต้น ตามมาด้วย อี.พี.อัลบั้ม “Super Swinging” ในปี 2541 ซึ่งเซอร์ไพรส์แฟนด้วย 5 เพลงที่มีแนวดนตรีที่แตกต่างจากชุดแรกและแหวกจากแนวดนตรีที่นิยมในสมัยนั้น ด้วยลูกเล่นและแนวดนตรีที่มีกลิ่นของ disco และ groove แต่ยังคงรักษาลายเซ็นความชัดเจนในเอกลักษณ์ไว้ได้ ชุดนี้แม้จะมีเพียง 5 เพลง แต่ทุกเพลงก็มีแนวที่แตกต่างกัน และมีเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “คืนนี้ขอหอม” รวมอยู่ด้วย ตามมาด้วยอัลบั้ม YKPB ในปี 2543 แนว Pop ผสม Soul และ R&B ที่อัดแน่นไปด้วยเพลงที่กลายเป็นเพลงนิยมตลอดกาล อย่าง วันเกิด พรหมลิขิต ทำร้าย ที่ต่อมาทำให้ชื่อของโป้ และโยคีเพลย์บอยเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางมากขึ้น ปี 2545 โยคีเพลย์บอยอออกอัลบั้ม Love Trend นำเสนอแนวดนตรีป๊อบที่ซ่อนไว้ซึ่งกลิ่นอายจางๆ ของอัลบั้มก่อนๆ ให้ฟังสบายๆ มีเพลงนิยม คือ เพลงอยากมองเธอในแง่ร้าย ปี 2551 โป้ได้มาร่วมงานกับอดีตบอสค่ายเบเกอรี่มิวสิก สมเกียรติ อริยชัยพาณิชย์ ภายใต้สังกัด Plenty Music ในเครือ RS ออกอัลบั้ม Telepathy ซึ่งป็นการกลั่นกรองประสบการณ์ทางดนตรีผสมผสานกับความปราณีตพิถีพิถันในการเรียบเรียงและอัดเสียงมากขึ้น เกิดเป็นอัลบั้มเพลงที่หลากหลายและน่าฟังอีกอัลบั้ม และล่าสุดปี 2554 โยคีเพลย์บอย พร้อมเดินหน้าต่อไปกับค่าย SpicyDisc พร้อมกับเตรียมออกอัลบั้มที่กำลังจะออกมาตรงกับการครบรอบ 16 ปีของโยคีเพลย์บอยพอดี เปิดตัว Studio Album ต่อไปด้วยสองซิงเกิลแรก “คอลลาเจน” และ “อากาศ” ซึ่งก็เป็นแนวเพลงที่แตกต่างไปจากเดิมอีกเช่นเคย สมกับความเป็นโยคีเพลย์บอยที่มีทิศทางของตัวเองชัดเจน แต่สำหรับผู้ฟังแล้ว ทิศทางของเขามักจะเซอไพรส์และไม่มีใครคาดเดาได้นั่นเอง
 
mp3 :
Part 1 - http://adf.ly/dPskm
Part 2 - http://adf.ly/dPsmq